คีตลักษณ์ หรือรูปแบบ

     คำว่า “คีตลักษณ์ หรือรูปแบบ” มีลักษณะและความสัมพันธ์กับ รูปร่าง, โครงสร้าง,หรือการจัดองค์กร นอกจากนี้รูปแบบยังเปรียบได้กับร่างกายของมนุษย์เราที่มีความสมดุลย์ทั้งร่างกาย หรือการจัดความเหมาะสมในการวาดภาพ ในดนตรีหมายถึงโครงสร้างที่เป็นแบบแผนในการประพันธ์เพลงมีลักษณะคล้ายกับการประพันธ์ประเภทร้อยกรองที่บอกตำแหน่งของคำที่ต้องสัมผัสหรืออาจมีครุ –ลหุ เช่น บทหนึ่ง ๆ โดยทั่วไปพบว่ามีการกำหนดรูปแบบและการแบ่งสัดส่วนต่าง ๆ อย่างชัดเจน มีการจัดจังหวะ หนัก – เบา, ประโยคเพลง (Phrase),ประโยค (Period),จุดพักเสียง (Cadence) และการจบ (ending) สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีเพื่อสร้างความรู้สึกที่สมดุลย์ให้แก่ผู้ฟัง

     1) ประโยคเพลง (Phrase) ในทางดนตรีถือเป็นหน่วยที่สั้นที่สุดของเพลงซึ่งมีความสมบูรณ์ในตัว



     2) ประโยคใหญ่ (Period) ประโยคที่ประกอบด้วย 2 ประโยคในลักษณะประโยคคำถาม-ประโยคคำตอบ


“Ode to Joy” from Symphony No.9 (Ludwig van Beethoven)


     3) การพักเสียงหรือจุดพักเสียง(Cadence) ในการอ่าน หรือ พูด ย่อมต้องมีที่พักเสียงเพื่อแยกประโยคนั้น ๆ ออกให้ชัดเจนสำหรับในทางดนตรีก็เช่นเดียวกัน เรียกว่า “การพักเสียง หรือจุดพักเสียง” (Cadence)

     - รูปแบบ (Musical Forms) แบ่งออกเป็น 5 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้

     1) รูปแบบสโตรฟิค (Strophic Form) เป็นลักษณะของเพลงร้องที่มีแนวทำนองเดียวตลอดแต่มีการเปลี่ยนเนื้อร้อง รูปแบบเป็น AAA หรือไม่ก็ร้องทำนองไม่ซ้ำเลยร้องไปเรื่อย ๆ รูปแบบเป็น ABCDE


     2) รูปแบบไบนารี (Binary Form) เป็นลักษณะของเพลงที่มี 2 ท่อน (two part form) รูปแบบเป็นการถามและตอบ ซ้ำไปมาอาจเป็นหลายเที่ยวก็ได้ เช่น A:B, AABB, ABAB


     3) รูปแบบเทร์นารี (Ternary Form) เป็นลักษณะของเพลงที่มี 3 ท่อน (tree part form) หรือทำนองหลัก 3 ลักษณะโดยมีส่วนกลางเป็นส่วนที่แตกต่างไปจากส่วนต้นและส่วนท้าย เช่น ABA, AABA รูปแบบเทร์นารีอาจเรียกเป็น “รูปแบบเพลง” (Song form) เพราะเพลงโดยทั่ว ๆ ไปมักมีโครงสร้างแบบนี้


     4) รูปแบบธีมและแวริเอชั่น (Theme and Variations) เป็นรูปแบบที่ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วน คือ ธีม (Theme) หรือทำนองหลัก และ แวริเอชั่น (Variations) หรือส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงจากทำนองหลัก เช่น A A1A2A3


     5) รูปแบบรอนโด (Rondo form) เป็นลักษณะของการเน้นที่แนวทำนองหลักหรือเป็นลักษณะของเพลงที่มีบทดอกสร้อย กล่าวคือ แนวทำนองหลักทำนองแรกจะวนกลับมาอยู่ระหว่างแต่ละส่วนที่ต่างกัน รูปแบบเป็น ABACADA